ชีวิตของนกจู๋เต้นเขาปูน   ที่สระบุรี

Critically Endangered Specie

Limestone Wren-Babbler/Napothera crispifrons.calciola

                                                                                                   

                    จังหวัดสระบุรี เป็น พื้นที่ใกล้เคียงเมืองหลวง  ที่ยังคงมีสภาพธรรมชาติสมบูรณ์หลงเหลืออยู่หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นตามท้องทุ่งนา  หรือ ป่าไม้ที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสามหลั่น  สวนพฤษศาสตร์พุแค และ ป่าตามรอยต่อกับเขาใหญ่  โดยเฉพาะตามเทือกเขาหินปูน  ที่ กระจาย เรียงรายอยู่ในเขตอำเภอแก่งคอย   ซึ่งไม่เพียง เป็นแหล่งที่   เราสามารถพบนกหายากได้เท่านั้น  แต่ ภูเขาหินปูน  ที่เหลืออยู่น้อยเต็มทีเหล่านี้  มี  ความสำคัญอย่างยิ่ง สำหรับนักปักษีวิทยา และ ผู้ที่รักนกทุกคน  เพราะ  เป็นถิ่นอาศัยเพียงแห่งเดียวในโลก  ของ  นกจู๋เต้นเขาปูน พันธุ์ สระบุรี   ที่กำลังถูกคุกคาม  จน เสี่ยง ต่อการใกล้สูญพันธุ์ เต็มที

                    นกจู๋เต้นเขาปูน   ( Limestone Wren Babbler/Napothera crispifrons)   เป็นนกในวงศ์นกกินแมลงโลกเก่า  ในวงศ์ Timallidae   ที่อยู่ในสกุลนกจู๋เต้น  (Wren - Babbler)  ซึ่งเป็นนกขนาดเล็ก  ที่มีความยาวเพียง  19  ซม.    ลำตัวมีสีน้ำตาลเข้ม  และ มีลายสีน้ำตาลอ่อน กระจายอยู่ทั่วทั้งหัว  หลังช่วงบน และ ด้านล่าง ของลำตัว    คอมีสีขาว และ มีขีดประสีดำกระจายอยู่  ปาก และ ขา ค่อนข้างยาวและแข็งแรง    สำหรับใช้หากินตามพื้นดินในป่า  โดยนกจะใช้ปากและเท้า คุ้ยเขี่ย  ไปตาม บริเวณพื้นดินชื้นๆ  ที่มีใบไม้ร่วง  ทับถมกันอยู่  หรือ ตามขอนไม้ล้ม  และ ซอกหิน  เพื่อจับหนอน และ แมลง กินเป็นอาหาร

                    นกจู๋เต้นเขาปูน  เป็นนกที่ประจำถิ่นที่กระจายพันธุ์อยู่เฉพาะทาง  ตะวันออกเฉียงใต้  ชอง เอเซียเท่านั้น พบอยู่ในตอนใต้ของพม่า  ไทย ทางตะวันออกเฉียงเหนือของลาว และ ตอนเหนือของเวียตนาม  สำหรับในประเทศไทย  นกจู๋เต้นเขาปูน  อาศัยอยู่ตามป่าดงดิบ  ป่าเบญจพรรณ และ ป่าละเมาะบนภูเขาหินปูน  ในบริเวณพื้นป่าที่ค่อนข้างชื้น และ มีต้นไม้ร่มครึ้ม    ตั้งแต่ระดับความสูง  900  เมตร   ลงมา  โดยพบอยู่เฉพาะทางภาคตะวันตก  ภาคเหนือและในเขต  จ. สระบุรี  เท่านั้น  ซึ่ง นกจู๋เต้นเขาปูนที่พบที่  จ. สระบุรี  เป็นชนิดย่อย    calciola    ที่พบอาศัยอยู่ตามภูเขาหินปูนของ จ.สระบุรีเพียงแห่งเดียวในโลก  โดยนกจู๋เต้นเขาปูนพันธุ์สระบุรี  นี้   จะมีด้านล่างของลำตัว   สีน้ำตาลแดง  และ ลายค่อนข้างจาง    

                    นกจู๋เต้นเขาปูน  พันธุ์สระบุรี  ถูกค้นพบครั้งแรก   โดย เฮอร์เบอร์ต  เด็กแนน   (Herbert G. Deignan)    นักปักษีวิทยา ชาวอเมริกัน  ในปี พ.ศ. 2482  บนภูเขาหินปูน  ใน จ. สระบุรี  ระหว่างเส้นรุ้งที่ 14  องศา 10 ฟิลิปดา เหนือ   และ เส้นแวงที่ 101 องศา 10 ฟิลิปดา  ตะวันออก  โดยได้รายงานการค้นพบไว้ในวารสาร ชื่อ  Journal Washington Academic Science  ปี่ที่ 29   เล่มที่ 4 วันที่ 15 เมษายน 2482  หน้า 177      หลังจากนั้น  ก็มีรายงานพบอีก ตามเทือกเขาหินปูน ในแถบเดียวกัน  จึงเชื่อว่า  นกจู๋เต้นเขาปูนชนิดย่อย  calciicola    คงพบได้ทั่วไปในบริเวณเขาหินปูนของ  จ. สระบุรี  และ เป็นชนิดย่อยที่ไม่พบ  ที่อื่นอีกเลย  ไม่ว่าจะเป็นในประเทศไทย  หรือ ทั่วโลก

                ในอดีต   บริเวณที่เคยพบนกจู๋เต้นเขาปูน  ชนิดย่อย  calcicola  ได้ง่ายที่สุด  นั้นอยู่ที่เขาหินปูนรอบๆถ้ำพระโพธิสัตว์  ที่อยู่ในเขต  อ. แก่งคอย    อยู่แยกจากถนนมิตรภาพบริเวณ  อ.ทับกวาง     เข้าไปประมาณ  20 กม.  ซึ่งแต่ก่อน จะมีนักดูนกเข้าไป  ดูนกจู๋เต้นเขาปูนที่นี่อยู่เสมอ   หลังจากปี พ.ศ.  2530  ก็มีการให้สัมปทานเขาหินปูนรอบๆ  วัด สำหรับ   อุตสาหกรรม ปูนซิเมนต์  การระเบิดภูเขาเพื่อนำหินปูนไปใช้ประโยชน์     ได้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ ของ ธรรมชาติ  บนเขาหินปูน  ในบริเวณนั้น  อย่างรุนแรง     ทำให้นกจู่เต้นเขาปูน  ค่อยๆสูญหายไปจากพื้นที่รอบๆถ้ำ  พระโพธิสัตว์    โดยมีรายงานสุดท้ายที่พบ  บริเวณถ้ำพระโพธิสัตว์  ในปี พ.ศ. 2525  จำนวน  3 ตัว  แต่หลังจากนั้น  ก็ไม่เคยมีนักดูนก   ได้พบนกจู๋เต้นเขาปูน  ที่ถ้ำพระโพธิสัตว์อีกเลย  รวมทั้งในพื้นที่ส่วนอื่นของ  อ.แก่งคอยด้วย   เพราะ เทือกเขาหินปูน  เกือบทั้งหมด  ใน บริเวณนี้ล้วน   ได้รับสัมปทาน   ให้ทำการระเบิด และ ย่อยหิน  จากหน่วยงานของรัฐ  จากภัย ที่คุกคามการดำรงชีวิต  ของนกจู๋เต้นเขาปูน  อย่างรุนแรง และ ต่อเนื่อง เช่นนี้    นักปักษีวิทยา และ นักอนุรักษ์  จึงพากันเป็นห่วงว่า  นกจู๋เต้นเขาปูนชนิดย่อย  calcicola  อาจจะสูญพันธุ์  ไปจากธรรมชาติแล้วก็ได้

                    จนกระทั่ง  ต้นเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2539  มีข่าวว่า ได้พบนกจู๋เต้นเขาปูนที่ จ. สระบุรี  อีกครั้งหนึ่ง   โดยคุณสุรเดช วงศ์สินหลั่ง  นักถ่ายภาพและนักดูนก  สมาชิกของสมาคมอนุรักษ์นกฯ  ได้นำภาพสไลด์ ของ นกจู๋เต้นเขาปูน  ที่เขาถ่ายได้จาก  บริเวณถ้ำพระ  บ้านท่าสบก  อ.แก่งคอย  จ.สระบุรี    มาเผยแพร่ให้ชม  ในการประชุมประจำเดือนของสมาคมอนุรักษ์นกฯ    ถือเป็นข่าวที่น่าตื่นเต้น  ยินดี  ที่ยังมีนกจู๋เต้นเขาปูนพันธุ์สระบุรี  หลงเหลืออยู่   

                    ดังนั้น  ต้นเดือนกันยายน  คณะนักสำรวจ  จากสมาคมอนุรักษ์นกฯ     จึงได้เดินทางไปสำรวจสถานะภาพของนกจู๋เต้นเขาปูน  ที่บริเวณถ้ำพระ  ซึ่งอยู่ห่างจากถ้ำพระโพธิสัตว์  ไปทางทิศใต้    ประมาณ  30  กิโลเมตร  และ  ท่ามกลางเขาหินปูน  ริมแม่น้ำป่าสัก  ที่มีต้นไม้ใหญ่ ขึ้นปกคลุมร่มครึ้ม  จนปรากฎความชุ่มชื้น   อยู่ทั่วไป  คณะสำรวจได้พบ  นกจู๋เต้นเขาปูน  ถึง  5  ตัว  ทั้งยังโชคดีที่ได้พบรังนก  พร้อมด้วยไข่  5 ฟอง  ซ่อนอยู่ข้างซอกหิน

                    แน่นอนว่า หลักฐานทีได้จากการสำรวจ  ช่วยยืนยันว่านกจู๋เต้นเขาปูน ยังไม่ได้สูญพันธุ์ไปจากประเทศไทย  และ จาก โลก  แต่ยังคงมีนกหลงเหลืออยู่  ที่เขาถ้ำพระแห่งนี้  แต่ยังคงมีนกหลงเหลืออยู่เท่าใดนั้น  ยังคงเป็นปริศนา  เช่นเดียวกับ อนาคตของนกเหล่านี้  เพราะนกจู๋เต้นเขาปูน  ที่เขาถ้ำพระ  กำลังเผชิญกับ ภัยคุกคาม แบบเดียวกับ ที่ถ้ำ พระ โพธิสัตว์   เพราะ    ตลอดเวลาที่คณะสำรวจเดินค้นหานกจู๋เต้นเขาปูน  ก็มีเสียงระเบิดภูเขา  ให้ได้ยินอยู่เป็นระยะ  พร้อมทั้งข้อมูลที่ได้รับว่า   บริเวณใกล้เคียงกับเขาถ้ำพระที่พบนกจู๋เต้นชนิดย่อย  calcicola  ฝูงสุดท้ายนั้น  รัฐบาล ได้อนุมัติ ประทานบัตร  ให้ทำการระเบิด และ  ย่อยหินไปแล้วรวม  18  แปลง  และ กำลังอยู่ในระหว่างพิจารณา  อนุมัติ ประทานบัตร เพิ่มอีก  13  แปลง  ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน

                    สถานะการณ์  ที่ค่อนข้างวิกฤตเช่นนี้     เชื่อแน่ว่า  หากการระเบิด และ ย่อยหินยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่องเช่นนี้  นกจู๋เต้นเขาปูน  คงสูญหายไปจาก พื้นที่เขาถ้ำพระ  อย่างแน่นอน  และ คราวนี้นกจู๋เต้นชนิดย่อย  caccicola  คงจะสูญพันธุ์ไป จากประเทศไทย และ จากโลกอย่างแท้จริง  เพราะในปัจจุบันนี้  ไม่มีเขาหินปูนที่สมบูรณ์  และ ปลอดภัยให้นกได้อาศัยอีกแล้ว  เมื่อถิ่นที่อยู่อาศัยเดิมถูกทำลายหมดไป  นกจู๋เต้นเขาปูน  ก็ไม่มีทางที่จะปรับตัว  ไปอาศัยอยู่ในธรรมชาติแบบอื่นได้อีก  นั่นหมายถึงว่า  วาระสุดท้าย  ของนกจู๋เต้นเขาปูน  ชนิดย่อย   calcicola    หรือนกจู่เต้นเขาปูนพันธุ์สระบุรี  กำลังมาถึงในไม่ช้า  ถึงตอนนั้น  พวกเราคงต้องสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติอันล้ำค่าไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ    เช่นเดียวกับ ที่เคยประสบ มาแล้วกับเนื้อสมัน  (Schomburgk's Deer / Cervus schomburgki )    และนกกระเรียน (Starus Crane / Grus antigone)

                    และ หากเทือกเขาหินปูนในเขต  จงสระบุรี ถูกทำลายหมดไป  ไม่เพียงแต่นกจู๋เต้นเขาปูนเท่านั้น  ที่จะต้องสูญหายไป  เรายังต้องสูญเสียสภาพธรรมชาติที่ลักษณะนิเวศน์อันโดดเด่น   และ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพียงแห่งเดียว ในประเทศไทย ไปด้วย    เพราะเทือกเขาหินปูนใน จ . สระบุรี  เป็นเทือกเขาหินปูนที่อยู่บริเวณขอบของที่ราบสูงโคราช  และ  อยู่ต่อเนื่องกับเทือกเขาของดงพญาเย็น  ป่าบนเขาหินปูนของที่นี่จึงมีความชุ่มชื้นสูง เพราะ เป็นเขตแนวฝนของเขาใหญ่  จึงมีป่าผสมผลัดใบที่อุดมสมบูรณ์ปกคลุมอยู่ทั่วทุกภูเขา  มีทั้งต้นไม้ใหญ่  พืชคลุมดินและเถาวัลย์  ขึ้นอยู่หนาแน่นมาก  ที่สำคัญ ยังเต็มไปด้วยสมุนไพรนานาชนิด     เทือกเขาหินปูนในแถบนี้  จึงจัดเป็นภูมิลักษณ์ที่โดดเด่น  และ มีอยู่แห่งเดียว ในประเทศไทย  เมื่อนำไปเปรียบเทียบ กับเขาหินปูนทางภาคเหนือ  ภาคตะวันตก และ ภาคใต้  แล้ว  จะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  มีแม่น้ำป่าสักจากเทือกเขาเพชรบูรณ์  ที่อยู่ทางตอนเหนือไหลผ่าน    จนทำให้เกิดทัศนียภาพที่งดงาม         ซึ่งเป็นภูมิลักษณ์ที่พบเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย    ถ้าหากถูกทำลายจนหมดแล้ว  เราก็จะไม่เหลือลักษณะภูมิประเทศที่โดดเด่น และ สวยงามเช่นนี้อีกเลย

                    ดังนั้น  จึงเป็นหน้าที่ของผู้รักนก  และ ธรรมชาติทุกคนที่จะต้องช่วยกัน รณรงค์ให้ทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ และ เอกชน  ตระหนักถึงความสำคัญของ เทือกเขาหินปูน  ใน จ. สระบุรี  ที่มีผลต่อระบบนิเวศของธรรมชาติและ  การดำรงชีวิต  ของ สัตว์ป่า นานาชนิด  โดยเฉพาะนกจู๋เต้นเขาปูน  ชนิด ย่อย  calcicola  ที่พบเพียงที่นี่แห่งเดียวในโลก  มิใช่คำนึงถึง แต่เพียง ประโยชน์ทางศรษฐกิจ  และ ละเลยคุณค่าทางชีวภาพ ของภูเขาหินปูน  จนปล่อยให้ถูกทำลายจนหมดไป  รัฐบาลควร รีบดำเนินการ  ระงับประทานบัตรสำหรับ  การใช้ประโยชน์จากพื้นที่เขาหินปูน  บริเวณเขาถ้ำพระ   และ พื้นที่ใกล้เคียง ที่ยังคงความสมบูรณ์เป็น เขตอนุรักษ์ธรรมชาติ   และ พันธุ์สัตว์  โดยเร่งด่วน