[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 7 สระบุรี
 

 

::: ยินดีต้อนรับท่านเข้าสู่ www.envi7.com ชาวเรา 3 ลุ่มน้ำ : ป่าสัก : นครนายก : ปราจีนบุรี : reo7srb@yahoo.com :::: คำขวัญ ค่านิยม สป.ทส. "รวมน้ำใจ ใฝ่คุณธรรม นำความเป็นเลิศ"

 

 

 

 

 

 






<< กันยายน 2553 >>
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

ธนาคารขยะโรงเรียน
ลูกเสือทรัพยากรฯสสภ.7



<< กันยายน 2553 >>
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

หน่วยงานส่วนกลางและภาค
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ
รัฐมนตรีและคณะ
หน่วยงานในกระทรวง
สำนักปลัดกระทรวง ฯ
สำนักตรวจและประเมินผล
 สสภ.1 เชียงใหม่
 สสภ.2 ลำปาง
 สสภ.3 พิษณุโลก
 สสภ.4 นครสวรรค์
 สสภ.5 นครปฐม
 สสภ.6 นนทบุรี
 สสภ.8 ราชบุรี
 สสภ.9 อุดรธานี
 สสภ.10 ขอนแก่น
 สสภ.11 นครราชสีมา
 สสภ.12 อุบลราชธานี
 สสภ.13 ชลบุรี
 สสภ.14 สุราษฎร์ธานี
 สสภ.15 ภูเก็ต
 สสภ.16 สงขลา

เอกสารแนะนำ
คลิ๊ก
แผนจัดการคุณภาพ สวล.
ปี 2550-2554

รายงาน EIA
โครงการเหมืองแร่ฯและ
บริการชุมชนที่พักอยู่อาศัย ปี 52
ติดต่อขอข้อมูลได้ที่สำนักงานฯ
รายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อม
ปี 2551-2552
 

Link แบนเนอร์
 

 

 

  

ตามกระแสสิ่งแวดล้อม
โคเปเฮเกนซัมมิต 17 ปีของการแก้ไขปัญหาโลกร้อน

พุธ ที่ 20 เดือน มกราคม พ.ศ.2553


 

โคเปนเฮเกนซัมมิต 17 ปี ของการแก้ปัญหาโลกร้อน

             ผู้นำและเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายๆ คนเดินทางมาด้วยเครื่องบินส่วนตัวรวมๆ กันแล้ว  มีจำนวน 140  ลำ ซึ่งมากเกินกว่าที่สนามบินของโคเปนเฮเกนจะรองรับได้  ในชั่วโมงที่มีการจราจรทางอากาศหนาแน่นเครื่องบินหลายๆ ลำ จึงต้องบินไปลงที่สนามบินใกล้เคียงอื่นๆ    แล้วให้ผู้โดยสาร วีไอพี นั่งรถลีมูซีนมาโคเปนเฮเกน

            

    เป้าหมายของการประชุมสุดยอดที่โคเปนเฮเกนครั้งนี้  มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า การประชุมภาคีสมาชิก  กรอบอนุสัญญาแห่งสหประชาชาติ  ว่าด้วยการเปลียนแปลงสภาพภูมิอากาศ  ( United   Nations Framework Convention on Climate Change หรือ UNFCCC)  คือ  เพื่อตกลงร่วมกัน ในการจัดทำสนธิสัญญาในการร่วมมือกัน แก้ไขการเปลียนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อลดภาวะโลกร้อน ฉบับใหม่ แทนพิธีสารเกียวโต ที่จะสิ้นสุดลงในอีก 3 ปี ข้างหน้า  (พ.ศ.2555)        การประชุมสุดยอดว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เริ่มขึ้นแล้ว วันที่ 7-18 ธันวาคม  2552        โดยมีตัวแทน 192 ประเทศ    15,000 คน เข้าร่วมประชุม มี ผู้นำเกือบ 100 ชาติ จะมาปรากฏตัวด้วย             เมื่อปี 2535 มีการประชุม Earth Summit หรือการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยสิ่งแวดล้อม และการพัฒนา ที่กรุงริโอเดอจาเนโร ประเทศบราซิล เป็นครั้งแรกที่มีการพูดถึงภาวะโลกร้อน และการร่วมมือกันหาแนวทางแก้ไข อนุสัญญาUNFCC เกิดขึ้นจากการประชุมครั้งนี้   ในฐานะข้อตกลงระหว่างประเทศต่างๆ ที่จะร่วมมือกันลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์….   อีก  5  ปีต่อมาจึงเกิดพิธีสารเกียวโต (Kyoto   Protocal)         ซึ่งเปรียบเสมือนกฎหมายลูกของอนุสัญญาฯ   ที่มีผลบังคับใช้ ถือเป็นกฎหมายระหว่างประเทศเพียงฉบับเดียว        ที่มีการกำหนดเป้าหมายอย่างชัดเจน ให้ประเทศพัฒนาแล้วลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้ภายใน พ.ศ.2551-2555
           แต่พิธีสารเกียวโต บังคับใช้ได้กับประเทศเล็กๆ เท่านั้น ประเทศใหญ่ๆ ไม่สนใจโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ในสมัยประนาธิบดี จอร์จ บุช   ซึ่งเป็นผู้ผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์รายใหญ่ของโลกถอนตัว......... ไม่ยอมให้สัตยาบันพิธีสารเกียวโต ซึ่งจะหมดอายุลงในพ.ศ. 2555   จึงไม่ค่อยจะมีผลเท่าไรนัก ในการแก้ไขภาวะโลกร้อน
          เมื่อสองปีก่อนในการประชุมที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย มีการหารือกันเรื่อง จัดทำสนธิสัญญาฉบับใหม่ เพื่อแทนพิธีสารเกียวโต รอบนี้ ประเทศอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ มีท่าทีให้ความร่วมมือที่ดีขึ้น เพราะตระหนักถึง ผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่ใกล้ตัวเข้ามาทุกที โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สหรัฐฯ หลังจากเปลี่ยนผู้นำ เป็นโอรัก โอบามา หันมาทำตัวเป็นพลเมืองที่ดีของโลก และจีน ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาขนาดใหญ่ที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก
           กลุ่มประเทศ จี 8 และประเทศกำลังพัฒนาขนาดใหญ่ ตกลงกันว่า จะจำกัด ไม่ให้อุณหภูมิของโลกเพิ่มขึ้นมากกว่า อุณหภูมิในยุคก่อนอุตสาหกรรม ( ประมาณ ค.ศ. 1800 หรือ 200 กว่าปีก่อน) เกิน 2 องศาเซลเซียส หรือ 3.6 องศาฟาเรนไฮต์ โดยคาดหวังว่า สนธิสัญญาฉบับใหม่ที่จะคุยกันที่โคเปนเฮเกน จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ภายในขีดจำกัดนี้
           ปัจจุบันอุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นสูงกว่ายุคก่อนอุตสาหกรรม 0.7 องศาเซลเซียส และนักวิทยาศาสตร์คาดกันว่าจะเพิ่มสูงขึ้นไปอีกเป็น1.5องศา  
            หัวข้อหลักๆ ที่คาดว่าจะมีการเจรจากันในการประชุมครั้งนี้  สำหรับกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วจะกำหนดเป้าหมายในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตน เพื่อลดการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศภายในปี พ.ศ. 2563 แม้ว่า บางประเทศอยากจะกำหนดเส้นตายให้เนิ่นนานออกไปเป็นปี 2593    แต่ออสเตรเลีย อียู ญี่ปุ่น และนิวซีแลนด์ บอกว่ามีแผนการที่จะทำให้ได้ภายในปี2563แล้ว
               ประเทศกำลังพัฒนาขนาดใหญ่ เช่น จีน รัสเซีย จะถูกขอให้จำกัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วย

           ส่วนกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาจะเสนอให้มีสร้างกลไก เพื่อเร่งการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อลดกาซเรือนกระจกให้เร็วขึ้น  รวมทั้ง การสนับสนุนด้านการเงินเพื่อเตรียมตัวรับมือกับผลกระทบจากภาวะโลกร้อน

            อย่างไรก็ตาม การประชุมที่โคเปนเฮเกนไม่ได้หมายความว่าจะสามารถผลักดันกฎหมายลดโลกร้อนฉบับใหม่ขึ้นมาใช้แทนพิธีสารเกียวโตได้เลย  การประชุมครั้งนี้เป็นการแสวงหาฉันทามติ ทางการเมืองของประเทศต่างๆทั้ง  192  ประเทศ  ว่าจะร่วมมือกันอย่างจริงจังเพื่อลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก    ถ้าตกลงกันได้แล้วจึงจะกำหนดกรอบการทำงานและกรอบเวลา  ในการจัดทำสนธิสัญญาฉบับใหม่    ซึ่งคาดกันว่าจะต้องใช้เวลาอีกหนึ่งปี

 

…………………………………………….
      



เข้าชม : 245


ตามกระแสสิ่งแวดล้อม 5 อันดับล่าสุด

      โคเปเฮเกนซัมมิต 17 ปีของการแก้ไขปัญหาโลกร้อน 20 ม.ค. 2553
      กลไกการพัฒนาที่สะอาด(Clean Development Mechanism:CDM) 21 ต.ค. 2552
      การประชุมเชิงปฏิบัติการ : โครงการกลไกการพัฒนาที่สะอาด ณ สาธารณรัฐเกาหลี 16 ต.ค. 2552
      โลกร้อน กับ คาร์บอนเครดิต 16 ต.ค. 2552
      โครงการซีดีเอ็ม (Clean Development Mechanism : CDM) 16 ต.ค. 2552


   

:: พัฒนาและปรับปรุงโดย กลุ่มงานสารสนเทศสิ่งแวดล้อม สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 7 สระบุรี :: โทร 036 266 202 โทรสาร 036 267 031
E-mail : reo07.org@mnre.mail.go.th

::: Webpage Design by สารสนเทศสิ่งแวดล้อม :::PR..Envi7 :::